สภาพสังคมปัจจุบันที่ผู้คนวันทำงานถูกบีบรัดด้วยรูปแบบการดำรงชีวิตที่ชวนให้อึดอัด ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดนานานับประการ ตื่นเช้าไปทำงาน เย็นกลับบ้าน นับวันรอให้ถึงวันอาทิตย์เพื่อจะได้หลบหลีกเสียงนาฬิกาที่ปลุกทุกเช้าวันจันทร์ถึงเสาร์ และเริ่มหดหู่ในตอนค่ำๆ เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเป็นวันจันทร์ สัญญาณเตือนว่าชีวิตจะต้องกลับเข้าสู่วงจรซ้ำซากจำเจอีกครั้ง หากจะพอมีเวลาบ้างก็นั่งกางปฏิทินนับวันหยุดหาวันลา หากต้องทำงานในเมืองหลวงก็ต้องนับช่วงเวลาที่จะต้องฝ่าดงยานพาหนะที่แออัดยัดเยียดอยู่บนท้องถนน กว่าจะไปถึงที่ทำงานทั้งเช้าและเย็นอีก
ในการทำงานก็จะต้องพบเจอกับมรสุมที่ไม่รู้วันใดจะพัดผ่านเข้ามาเป็นระยะๆ ถูกกดดันจากเจ้านาย จากเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ ก็ต้องทนทำเพราะมิฉะนั้น โซ่ตรวจทางการเงินที่ล่ามไว้ก็จะบีบรัดจนหายใจไม่ออก
หลายคนจึงใฝ่ฝันถึงวันที่จะได้หลุดพ้นจากวงจรชีวิตซ้ำซากเช่นนี้ ร่ำร้องหาอิสรภาพการทำงาน การเงิน เพื่อปลดโซ่ตรวนที่พันธนาการไว้ด้วยเวลาและภาระจนไม่เหลือเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างเต็มที่ ได้ทำทุกอย่างที่ใจปรารถนา โดยเฉพาะในสภาพสังคมปัจจุบันที่เงินเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญที่นอกจากจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นยังทำให้ได้รับอิสรภาพในด้านต่างๆ ได้ด้วย ชนชั้นกลาง หรือมนุษย์เงินเดือนจึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะค้นพบหนทางและวิธีที่จะได้รับ "อิสรภาพทางการเงิน"
เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการต่างๆ ข้างต้นจึงพุ่งเป้ามาที่การหาวิธีที่จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของ PASSIVE INCOME ที่หลายคนถวิลหา ด้วยพยายามจะเปลี่ยนจากรูปแบบการสร้างรายได้จาก Active Income เราทำงานเพื่อเงิน เป็นการได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของ Passive Income เงินทำงานเพื่อเราแทน บ้างก็ประสบความสำเร็จ บ้างก็ล้มเหลว หรือให้ผลตอบแทนไม่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดอิสรภาพทางการเงินได้ ขึ้นกับว่าเลือกลงทุนในรูปแบบใด ธุรกิจที่ได้ลงทุนไปนั้นมีการบริหารจัดการเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือบางคนอาจจะมีการใช้ Active Income ก่อนจะถึงวันที่ได้รับ Passive Income หรืออาจจะมีการใช้ Active Income แทรกเป็นระยะ
การนำเงินออมมาเป็นเงินลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนในรูปแบบของ Passive Income หรือให้เงินทำงาน มีมากมายหลากหลายรูปแบบและวิธีการ โดยทุกคนก็จะพิจารณาเรื่องอัตราผลตอบแทนก่อนเป็นอันดับแรก และอาจจะมองข้ามเรื่องความเสี่ยงไปเลย โดยเฉพาะการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมากๆ
ความเสี่ยงในที่นี้นอกจากเรื่องไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง ซึ่งอาจจะอยู่ในลักษณะของดอกเบี้ย หรือเงินปันผล ยังรวมถึงความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมด หรือแม้แต่การลดต่ำลงของมูลค่าหน่วยลงทุนที่ถือครองไว้ด้วย
ซึ่งโดยทั่วไปหากบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก็จะสามารถบริหารเงินลงทุนได้โดยที่เงินลงทุนก้อนแรกยังอยู่รอดปลอดภัย และเพิ่มพูนขึ้นในระดับที่ต้องการได้ เช่น หากอายุยังน้อยยังมีโอกาสสร้างรายได้หรือหาเงินลงทุนก้อนใหม่ได้ ก็อาจจะสามารถรับกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงมาก แต่หากอายุเริ่มมากยิ่งเข้าใกล้วัยเกษียณก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง โดยอาจจะเลือกลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ หรืออาจจะแบ่งพอร์ทการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงและต่ำผสมกันอย่างมีแบบแผน เพราะการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็ไม่ได้น่ารังเกียจเสมอไป High Risk High Return ยิ่งมีความเสี่ยงมากก็ยิ่งให้ผลตอบแทนมาก ในขณะที่การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำก็จะได้รับผลตอบแทนน้อยด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างการนำเงินไปลงทุนในทองคำเป็นที่นิยมสำหรับทุกเพศวัยเพราะเป็นทรัพย์สินความเสี่ยงต่ำ ลงทุนง่าย นอกจากจะใช้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อและค่าเงินของคนทั่วโลกแล้วยังใช้ เพื่อการเก็งกำไรทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้อีกด้วย ในประเทศไทยการลงทุนในทองคำมีหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าจะซื้อทองคำแท่งจากตู้แดงในร้านทอง การซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศที่เน้นลงทุนในทองคำ หรือการไปเก็งกำไรราคาทองคำในตลาดอนุพันธ์ ไล่เรียงไปก็จะพบกับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยจะเห็นได้ชัดจากการลงทุนทองคำในตลาดอนุพันธ์ที่ใช้เงินลงทุนต่ำกว่าการซื้อทองคำแท่งจากร้านทอง ให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็ต้องแลกมาซึ่งความเสี่ยงเพราะเป็นการซื้อขายกันในอากาศ ส่งมอบกันในอากาศ หากราคาทองคำที่สุดแสนจะผันผวนตกต่ำจนเกินจะรับไหวก็อาจจำใจยอมคัทลอส ตัดขายขาดทุนเพื่อรักษาเงินลงทุนที่เหลือไม่ให้หมดจนถูกบังคับปิดบัญชี ทำให้เงินลงทุนลดน้อยลง แตกต่างจากการซื้อทองคำแท่งจากร้านทอง ไม่ว่าราคาทองคำในตลาดโลกหรือราคาที่สมาคมค้าทองคำในประเทศประกาศจะเพิ่มจะลดก็เป็นเพียงมูลค่าต่อหน่วย แต่จำนวนหน่วยที่ซื้อไว้มิได้ลดลง หากราคาต่ำกว่าราคาที่ซื้อมาก็แค่ใส่ไหฝังดินไว้จนกว่าจะได้ราคาที่พอใจแล้วค่อยขาย อาจจะตกทอดถึงรุ่นหลานเหลนโหลน จำนวนทองคำที่ซื้อไว้ 1 กิโลก็มีน้ำหนักเท่าเดิมไม่ลดลงแม้ราคาตลาดอาจจะสูงขึ้นหรือลดลงไปจากราคาที่ซื้อมา
อย่างไรก็ตามจากตัวอย่างการซื้อทองคำแท่งจากร้านขายทองคำก็มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับเบาๆ ภาวะราคาทองคำในตลาดโลกตกต่ำ อัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงความเสี่ยงแบบที่ซวยสุดๆ ถูกปล้น!!
เมื่อพิจารณาเรื่องความเสี่ยงแล้วอาจจะคิดว่าการออมด้วยการฝากประจำกินดอกเบี้ยน่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ทว่าผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากไม่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้เลยไม่ว่าสมัยใด และใช่ว่าการฝากประจำจะไม่มีความเสี่ยง ความเสี่ยงที่ว่าก็คือ อัตราดอกเบี้ยลดลง ทำให้ได้รับผลตอบแทนที่น้อยกว่าเป้าหมายที่วางแผนไว้ และบางทีการนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศ อัตราผลตอบแทนที่ได้รับอาจจะมากกว่า แต่ก็ต้องแลกด้วยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกนิด
สำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อที่จะทำให้ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของ Passive Income ในส่วนของ Facility Management หรือการบริหารจัดการอาคารสถานที่แบบใหม่ที่เข้ามาทดแทนการบริหารจัดการสถานที่แบบเดิม มิได้มีจุดมุ่งหมายเพียงแค่ดูแลอาคารให้เหมาะสมการใช้งานเพียงอย่างเดียว หากแต่ครอบคลุมถึงประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน การลงทุน การจัดการความเสี่ยง และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่ละโครงการก็จะจัดไปตามคอนเซ็ปของตัวโครงการให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนนี้จะลงรายละเอียดในการจัดสัมมนาเพื่อพัฒนานักอสังหาริมทรัพย์ของ Aim High โครงการแบบใดจัดแบบไหนจึงจะเหมาะสม และมีเทคนิคในการจัดการอย่างไร มีเครื่องมือใดที่จะช่วยในการบริหารจัดการ เพื่อให้ได้ Passive Income ที่ยั่งยืน
ตัวอย่าง Facility Management กรณีศึกษาของนักศึกษา จากเงินลงทุน ฿27,000,000 PB 1.89 ปี COF/CIF ได้ผลตอบแทนโครงการ >32%
Facility Management ไม่มีตัวแบบตายตัว รูปแบบเดียวใช้ไปจนวันตายคงเป็นไปไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการไปตามนโยบายของแต่ละโครงการ ซึ่งกว่าจะพัฒนามาเป็นโครงการได้ก็ผ่านสายตาที่เฉียบคม การคำนวณ วิเคราะห์ Cash Flow พิจารณาถึงความเป็นไปได้ของโครงการ
อสังหาริม ทรัพย์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อบรม สัมมนา รวยด้วยอสังหา 2558 ลงทุน อสังหา นายหน้า ที่ดิน คอนโด บ้าน อสังหา 2558 กฎหมายอสังหา ข่าวอสังหา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น