วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รวยไปทีละสเต็ปหรือจะ "ก้าวกระโดด" ??

จะเริ่มจากจุดไหนเลือกเองได้ Owner - Broker - Developer - Ultimate Developer ก้าวทีละก้าวจาก Owner ไปเรื่อยๆ จนถึง Ultimate Developer กว่าจะถึงฝันคงต้องใช้เวลาอีก "หลายปี" การก้าวข้ามไปสู่ Ultimate Developer ก็ใช่ว่าจะง่าย ถ้าไม่มี "พี่เลี้ยง" การจะสะดุดหกล้มหัวคะมำจะรุนแรงกว่าระดับอื่นๆ เพราะการจะกระโดดข้ามหัวคนอื่นๆ โดยที่พื้นฐานไม่แข็งแรงสั้นๆ คำเดียว "เจ็บหนัก"


จะเห็นหลายๆ ประเทศที่ใช้กลยุทธ์การก้าวกระโดด จากการเป็นผู้รับจ้างผลิตไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ กลายเป็นประเทศที่เป็นผู้นำทางเทคโนโลยี แชร์ส่วนแบ่งการตลาดระดับโลก การก้าวกระโดดที่แอบเจ็บตัวในตอนนี้เห็นจะมีแต่ประเทศจีน ที่ก้าวกระโดดและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับญี่ปุ่น และเกาหลี แตกต่างกันตรงที่ จีนก้าวกระโดดโดยไร้พื้นฐานความรู้จริง ปัจจุบันหากดูให้ดีประเทศจีนซ่อนรอยบาดแผลไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพสินค้า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม กดขี่แรงงาน ฯลฯ ที่ไม่รู้ว่าวันใดหนึ่งในปัญหาต่างๆ หากแก้ไขไม่ทันท่วงที..อันตรายมาก

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือพูดแบบภาษาลูกทุ่งๆ คิดจะรวยกับอสังหาริมทรัพย์ สำหรับบางคนที่ไม่เคยสัมผัสกับธุรกิจนี้มาก่อน อาจจะเริ่มต้นก้าวแรกจากการเป็น "Owner" ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง จนผ่านไประยะหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่ต้องซื้อบ้านใหม่เพื่อขยับขยาย แล้วจึงเอาบ้านเก่ามาขายกันแบบดิบๆ โดยที่ไม่มีการปรับปรุงอะไรเลย เหมือนทรัพย์สินรอขายของธนาคารพาณิชย์ หรือที่กรมบังคับคดีนำมาประมูล เพื่อประหยัดต้นทุน และนี่ก็คือก้าวแรกของการเป็น "Broker" บางคนอาจจะหยุดที่ตรงนี้ แต่บางคนอาจจะก้าวต่อที่จุดหมายต่อไป "Developer" ซื้ออสังหามาใส่ตระกร้าล้างน้ำ หรือรีโนเวท แล้วขายในราคาที่สูงขึ้น และเริ่มจะต้องใช้เงินทุนจนหมด พร้อมหนี้สินพะรุงพะรัง

สมัยต้มยำกุ้งมีพ่อของเพื่อนท่านหนึ่งเป็น "Broker" ที่โดนวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 เล่นงาน เขาทำอะไรผิดพลาด?? ที่มิอาจรอดพ้นบ่วงของวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่ทำให้นักธุรกิจหลายคนสิ้นเนื้อประดาตัว กับ คำถามที่ต้องตอบ..และวิเคราะห์ว่าระหว่างสองคน คนหนึ่งรอด อีกคนไม่รอด คนที่ไม่รอดผิดพลาดอะไร ในเมื่อเหตุการณ์นั้นเป็น "ปัจจัยแวดล้อมภายนอก" ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และไม่มีใครคาดฝันว่าจะเลวร้ายขนาดนั้น หากได้อ่านบทความก่อนหน้านี้คงตอบคำถามนี้ได้ไม่ยาก เขาไม่ได้เผื่อสถานการณ์ที่ยากลำบากเหล่านั้นไว้ด้วยการ "ป้องกันความเสี่ยง" และความอหังการ์ทำการเพียงลำพังคนเดียว ใช้เงินทุนทั้งหมดที่มี โดยไม่ได้สำรองไว้ในภาวะฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง รวมทั้งการทำการเพียงลำพังทำให้มีคอนเน็คชั่นที่เปราะบาง ไม่สามารถจะหาใครมาเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ได้พึ่งพิงในยามที่หลังชนฝาแบบนั้น และยังคงมีเหตุผลอีกมากมายที่เขาไม่สามารถจะเล่าให้ฟังได้ รวมๆ แล้วก็คือไม่มีการวางแผนการบริหารจัดการที่ดี จึงทำให้อนาคตต้องจบลงเพียง "Broker" โดยที่ยังไปไม่ถึง "Developer" ด้วยซ้ำ

เมื่อก้าวผ่านคำว่า "Broker" มาได้ แต่ในบางช่วงเวลาที่ปัจจัยภายนอกไม่เอื้ออำนวยทำให้ขายอสังหาฯ ออกช้า เริ่มจะต้อง รีโนเวท จับอสังหาฯ ใส่ตะกร้าล้างน้ำ ชุบตัวใหม่ให้ดูน่าสนใจกว่าเดิม สถานการณ์พาให้ต้องเป็น "Developer" ไปโดยปริยาย แล้ว "ต้นทุนละ!!" เริ่มจะเครียดแล้วละสิเมื่อพูดถึงตรงนี้

สำหรับ Developer กรณีที่ใช้เงินทุนรวมจำนวนน้อย ความเสี่ยงสูง และผลตอบแทนต่ำ แต่หากใช้เงินทุนจำนวนมาก แม้ว่าจะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้ความเสี่ยงลดลงเลยกลับจะสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิมอีก ในขณะที่การหาผู้ร่วมลงทุน นอกจากความเสี่ยงจะต่ำเนื่องจากการกระจายความเสี่ยงออกจากการลงทุนร่วมกัน มีการวางแผนกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงไว้ ในส่วนของผลตอบแทนสูงแน่นอน ใช้เงินลงทุนจำนวนน้อยกว่าผลตอบแทนในอัตราที่สูงเป็นเท่าตัว เมื่อเทียบกับเงินลงทุนเริ่มแรก และการมีทีมและคอนเน็คชั่นที่แข็งแกร่งไม่ว่าจะเรื่องการเงิน หรือการตลาด ฯลฯ ทำให้ Payback Period สั้น คืนทุนได้ในระยะเวลาไม่นาน ทำให้ไม่ต้องมองเรื่องมูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์เลย เมื่อคำนวณคร่าวๆ เช่นนี้แล้วทำให้เห็นว่าผลตอบแทนจะสูงกว่า ปกติที่ลงทุนทุกสิ่งทุกอย่างเพียงลำพังตัวคนเดียว ในขณะที่ความเสี่ยงของก็ต่ำกว่าด้วย

หากไม่มีเงินทุนจำนวนมหาศาลจำเป็นต้องก้าวไปทีละสเต็ป จาก Owner แล้วพัฒนาไป Broker แล้วต่อไปยัง Developer กว่าจะถึงการเป็นเจ้าของโครงการการร่วมทุนจะทำให้ลดขั้นตอนลงไปได้เยอะ อาจจะยังไม่ได้เป็น Owner ก้าวกระโดดไปเป็นเจ้าของโครงการเลยในทันที

ยุคสมัยเปลี่ยนไป การจะดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เติบโต และยิ่งใหญ่ สมดังความปรารถนา มีแค่เงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทีมที่มีประสิทธิภาพที่จะเป็นสมองขับเคลื่อนโครงการให้ประสบความสำเร็จด้วยวิธีฉลาดๆ และแน่นอนเพราะยังคงให้ความสำคัญกับ Connection  การฝ่าวิกฤติที่สร้างหายนะให้กับธุรกิจมากมาย สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลงมือทำ ในการเรียนรู้จึงให้ลงมือทำ

ด้วยความเชื่อว่าสัญชาตญาณของนักลงทุนย่อมจะไม่ยอมที่จะ "เจ็บหนัก" แน่นอน

อสังหาริม ทรัพย์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อบรม สัมมนา รวยด้วยอสังหา 2558 ลงทุน อสังหา ลงทุนบ้าน ลงทุนคอนโด นายหน้า ที่ดิน คอนโด บ้าน อสังหา 2558 กฎหมายอสังหา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น