วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

ผุดไอเดีย ตั้งศูนย์ซ่อมระบบรางอาเซียน

"ประจิน"ผุดไอเดียปั้นไทยเป็นศูนย์ฝึกและซ่อมบำรุงระบบรางแห่งอาเซียน ดึงจีน-ญี่ปุ่นร่วมลงทุน ต่อยอดความร่วมมือรถไฟไทยกับจีนและญี่ปุ่น สั่งร.ฟ.ท.เอกซเรย์พื้นที่แปลงใหญ่ทั่วประเทศ เล็ง 1 พันไร่ที่กาญจนบุรีรองรับรถไฟสายใต้-สายตะวันตกเชื่อมโยงทวายและเวสเทิร์ นซีบอร์ด ส่วนโซนอีสานเล็ง-จุดแก่งคอยและหนองคายไว้รองรับ ด้าน "วุฒิชาติ" ปิ๊งไอเดียพัฒนาเชิงพาณิชย์พื้นที่แปลงใหญ่ทั้งในกทม.-ต่างจังหวัด
พล.อ.อ.ประจิน  จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการที่ไทยมีโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบราง โดยมีจีนและญี่ปุ่นที่แสดงความสนใจนั้น เพื่อต่อยอดแผนการพัฒนาระบบราง กระทรวงคมนาคมจึงมีแนวคิดจะจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและซ่อมบำรุงระบบรางแห่งอา เซียนขึ้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการฝึกอบรมและซ่อมบำรุงระบบรางของภูมิภาคนี้ เพราะยังมีหลายประเทศในอาเซียนที่สนใจพัฒนาระบบรางใหม่
"มองว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดหนองคายและอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีมีความเหมาะสมดำเนินการเพื่อรองรับเส้นทางรถไฟไทย-จีนที่มา จากสปป.ลาวได้ด้วย นอกเหนือจากเส้นทางต่างๆที่เปิดให้บริการในปัจจุบันและที่ร.ฟ.ท.มีแผนก่อ สร้างขึ้นมาเพิ่ม  เช่นเดียวกับพื้นที่โซนตะวันตกที่กาญจนบุรีก็มีพื้นที่ที่สามารถจะนำมา ดำเนินการได้หลายแปลงเพื่อรองรับรถไฟเส้นทางสายใต้ที่ในอนาคตจะเชื่อมโยงสู่ มาเลเซียและสิงคโปร์ได้อีกด้วย"
ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) กล่าวว่าได้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบไปเร่งสำรวจพื้นที่แปลงขนาดใหญ่ทั้งใน กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดที่มีศักยภาพเพื่อนำไปพัฒนาตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะการพัฒนาเชิงพาณิชย์และก่อสร้างศูนย์ฝึกและซ่อมบำรุงระบบรางเพื่อ รองรับรถไฟไทย-จีนและรถไฟของอาเซียนและใช้ไทยเชื่อมโยงไปสู่ประเทศต่างๆใน ภูมิภาคนี้
"จุดสถานีหนองคายเดิมมีพื้นที่ประมาณ 90 ไร่ ส่วนสถานีรถไฟแห่งใหม่มีประมาณ 100 ไร่ อีกทั้งยังมีพื้นที่ย่านนาทาใกล้ๆกันอีกประมาณ 200-300 ไร่รวมแล้วประมาณ 400 ไร่จึงเหมาะสำหรับคอนศูนย์กองเก็บสินค้าหรือคอนเทนเนอร์ยาร์ด(CY) นอกจากนั้นยังมีอีกหลายพื้นที่ที่น่าสนใจ เช่น แก่งคอยอีกเกือบ 1,000 ไร่ไม่เฉพาะสร้างเป็นศูนย์ฝึกเท่านั้น  หากทำเลไหนมีศักยภาพยังสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์รูปแบบต่างๆหารายได้ให้ร.ฟ.ท. ได้อีกด้วยโดยหากได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วจะนำเสนอบอร์ดร.ฟ.ท. กระทรวงคมนาคมนำเสนอรัฐบาลให้ดำเนินการพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อไป"
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงร.ฟ.ท.กล่าวว่าปัจจุบันร.ฟ.ท.มีที่ดินทั้งหมดจำนวน 2.3 แสนไร่ จำแนกเป็นการใช้เพื่อการเดินรถ 1.98 แสนไร่ และพื้นที่เพื่อทำประโยชน์เชิงพาณิชย์ 3.6 หมื่นไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีที่มีอยู่ประมาณ 1,070 ไร่เหมาะสำหรับการพัฒนาให้เป็นศูนย์ฝึกซ่อมบำรุงและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ โดยสามารถแบ่งโซนทยอยดำเนินการได้  แม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้บุกรุกออกโฉนดทับซ้อนนำที่ดินไปสร้างรีสอร์ตจำนวนมาก ก็ตาม จึงต้องเร่งขับไล่ผู้บุกรุกให้ออกจากพื้นที่เพื่อนำที่ดินไปพัฒนาสร้างราย ได้ให้ร.ฟ.ท.ต่อไป
"ศักยภาพพื้นที่กาญจนบุรีเหมาะสำหรับการพัฒนาเพื่อรองรับการซ่อมบำรุงให้ กับรถไฟสายใต้  สายตะวันตกที่จะเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวายของเมียนมาร์ นอกจากนั้นรัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมีแนวคิดจัดตั้งโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันตก(เวสเทิร์ นซีบอร์ด) ที่มุ่งจะผลิตอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งกาญจนบุรีถือว่ามีศักยภาพจึงเตรียมนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมนำเสนอรัฐบาล เร่งพิจารณา"
นอกจากนั้นร.ฟ.ท.ยังมีพื้นที่สำคัญที่อยู่ระหว่างการเร่งผลักดันอีกหลาย แปลง เช่น แปลงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ พื้นที่มักกะสัน ประมาณ 500 ไร่ พื้นที่สถานีแม่น้ำประมาณ  277 ไร่ และพื้นที่กม.11 รวมถึงพื้นที่ย่านพหลโยธิน-บางซื่อจำนวน 2,300 ไร่ ส่วนแปลงในพื้นที่ต่างจังหวัด อาทิ อุบลราชธานี ทำเลติดแม่น้ำมูลประมาณ 760 ไร่ แปลงที่พังงา-ภูเก็ต ติดสะพานสารสินและยังเป็นทำเลที่ติดทะเลอันดามันและอ่าวไทยอีกด้วย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการร่วมกับกรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าว เพื่อนำไปสร้างรายได้ให้ร.ฟ.ท.ต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,036  วันที่ 19- 21  มีนาคม  พ.ศ. 2558

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น