ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ยุคการสร้างความเจริญเติบโตด้วยกลยุทธ์ทางการเงิน "ซื้อและควบรวมกิจการ" แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ จากเดิมที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์เติบโตด้วยวิธีธรรมชาติหรือ "ออแกนิก" เริ่มจากโครงการที่ 1 และ 2, 3...ตามลำดับ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ระดมเงินจากตลาดทุนตลาดเงิน ขยายโครงการจนกลายเป็นบริษัทระดับหมื่นล้านแสนล้านบาท
มี กลุ่มผู้นำตลาดท็อป 5 ที่มียอดขายต่อปีระดับหลายหมื่นล้าน มีกลุ่มบริษัทขนาดกลางๆ ยอดขายหลายพันล้าน และบริษัทขนาดกลาง-เล็กอีกจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ
สถานการณ์ เปลี่ยนไป เมื่อมียักษ์ใหญ่จากธุรกิจอี่น โดยเฉพาะจากธุรกิจ "น้ำ" ได้แก่ กลุ่มเบียร์ช้าง และกลุ่มเบียร์สิงห์ ที่มีเงินทุนมหาศาล โดยมีเป้าหมายขึ้นเป็นกลุ่มผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเร็ววัน
เริ่ม จากกลุ่มเบียร์ช้าง โดยผ่านโฮลดิ้งส์ คัมพานี "ยูนิเวนเจอร์" ซื้อกิจการบริษัท แกรนยูนิตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อใช้เป็นเรือธงรุก อสังหาฯ แนวสูงคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน ซื้อกิจการ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ใช้เป็นเรือธงบุกอสังหาฯ แนวราบ และแผ่นดินทอง เข้าซื้อกิจการบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา
กลุ่ม เบียร์สิงห์ ก็เข้าไปซื้อกิจการ บมจ.รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนเมษายน 2557 แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.สิงห์ เอสเตท ล่าสุดปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2558 สิงห์เอสเตท ก็เข้าไปถือหุ้นใหญ่บริษัทขนาดกลางที่โดดเด่นด้านที่อยู่อาศัยแนวราบ "เนอวานา" ด้วยการสวอปหุ้น 51%
หลังจากนี้ สิงห์เอสเตท ยังมีแผนการจะเข้าไปซื้อหรือควบรวมกิจการอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทเพื่อขายและเพื่อเช่าอีกหลายราย
ไม่ เพียงแต่ยักษ์ใหญ่จากธุรกิจ "น้ำ" เท่านั้น ที่มุ่งหน้ามายังธุรกิจอสังหาฯ แม้แต่ยักษ์ใหญ่วงการค้าปลีกอย่างเซ็นทรัลพัฒนา ก็กำลังรวบรวมมืออาชีพอสังหาฯ เพื่อเข้าร่วมวงไพบูลย์ธุรกิจนี้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องฟอร์มใหญ่ยักษ์ไม่แพ้ 2 รายข้างต้น
การ เคลื่อนไหวซื้อหรือควบรวมกิจการในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มีเพียงรายใหญ่เท่านั้น บริษัทขนาดกลางก็มีความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน ที่เปิดตัวไปแล้ว คือ ธนาสิริ ซึ่งเป็นบริษัทในตลาด MAI ร่วมกับพิมานกรุ๊ปรายใหญ่ขอนแก่น ไปทำโครงการที่อุดรธานี
นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาหารือระหว่างบริษัทขนาดกลางๆ ที่เตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อควบรวมกันให้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
แรงจูงใจที่ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ มุ่งหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งเติบโตเพื่อเป็นบริษัทขนาดใหญ่นั้น เนื่องจากแหล่งระดมเงินทุนกับต้นทุนทางการเงิน ระหว่างบริษัทขนาดเล็กขนาดกลางที่ใช้เงินทุนส่วนตัวและกู้ธนาคารพาณิชย์ กับบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีขีดความสามารถระดมทุนจากตลาดหุ้น ออกหุ้นกู้ระดมเงินนั้น การทำกอง RIET ต่างกันลิบลับ
นอก จากนั้น กิจการขนาดใหญ่ยังสามารถดึงดูดนักบริหารมืออาชีพด้านธุรกิจอสังหาฯ ได้มากกว่า ซึ่งทำให้สามารถสร้างโอกาสขยายโครงการได้รวดเร็ว
อย่าง ไรก็ดี แม้กลยุทธ์ทางการเงินจะสร้างความเติบโตได้รวดเร็วเพียงใดก็ตาม แต่กลยุทธ์การเงินก็เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น เพราะคำตอบสุดท้ายของตลาดที่มีการแข่งขันเสรี อยู่ที่ผู้บริโภค บริษัทที่สามารถผลิตสินค้าที่อยู่อาศัยในทำเล ราคาและคุณภาพที่ตรงตามความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคมากที่สุด จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ
ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น